คำว่า โอตาคุ คืออะไร ? ลองมาแสดงความคิดเห็นกันหน่อยไหม ?

สืบเนื่องมาจาก จากกระทู้ของดันไบน์ หลายต่อหลายคนอาจจะรู้สึกคลุมเคลือกับคำว่าโอตาคุ ว่าจริงๆแล้วมันคืออะไร? เป็นคำที่ใช้เรียกอะไร? มีความหมายในเชิงบวกหรือเชิงลบ ? วันนั้นเราลองมาแลกเปลี่ยนทรรศนะกันดูดีกว่า



โดยเนื้อแท้ของความหมายแล้ว คำว่าโอตาคุ (オタク ) ในภาษาญี่ปุ่น ถ้าแปลแบบตรงตัวจะ ได้ความหมายว่า "บ้าน" หรือ "สุขภาพ" ขึ้นอยู่กับกลุ่มคนที่กำลังพูดด้วยหรือสถานที่



ดังนั้นคำว่าโอตาคุ จะมีความหมายสแตนดาร์ดของมัน และความหมายที่เกิดจากการตีความของแต่ละคนแต่ละกลุ่มด้วย



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ปล. จากนี้ไปเป็นความคิดเห็น และสิ่งที่ผมได้ยินได้เห็นได้เข้าใจมา อาจจะไม่ถูกต้อง 100%กรุณาใช้วิจารณญาณ และไม่ได้จงใจพาดพิงถึงใครๆ ถ้าล่วงเกินใครไปก็ขออภัยในณ.ที่นี้ m(_ _)m



โอตาคุเป็นทั้งคำในแง่บวกและคำในแง่ลบขึ้นอยู่กับทรรศนะคติของคนทื่ใช้และคนที่ถูกพาดพิงถึง



ในแง่บวกคือ ใช้เรียกคนหรือกลุ่มคน ที่มีความสามารถและความรู้ในเรื่องที่ตนเองสนใจมากมายเป็นพิเศษ เช่นงานอดิเรก พูดได้อีกแง่นึงคือ "Mania" เช่นยกตัวอย่าง สมมุติว่า คนๆนึงมีความสนใจด้านเครื่องบินรบเป็นพิเศษ สามารถจดจำชื่อของรุ่น อะไหล่ยี่ห้อ บริษัทที่ผลิต อาวุธที่ติดตั้ง เครื่องยนต์ที่ใช้ เพดานบิน ความเร็วสูงสุด จำนวนเชื้อเพลิงที่ใช้ กองทัพที่นำไปใช้ สงครามที่เข้าไปมีส่วนร่วม วันเวลาที่ปลดประจำการ ฯลฯ ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน นั่นก็ถือว่าเป็นโอตาคุทางด้านเครื่องบิน



หรือจะเอาที่ใกล้ตัวหน่อย ก็เรื่องกันดั้ม ถ้าพูดถึงเรื่องโมบิลสุทขึ้นมาตัวหนึ่ง แล้วสามารถตอบข้อมูลได้ ทั้งน้ำหนักส่วนสูง เทคโนโลยีที่ใช้ มีคุณสมบัติอย่างไร แร่ที่ใช้สร้าง อาวุธที่ติดตั้ง ใช้งานที่ไหน ใครขับ โผล่ออกมาในตอนไหนบ้าง มีสายพัฒนามาอย่างไร บลาๆๆๆ ฯลฯ นี่ก็ถือได้ว่าเป็น โอตาคุกันดั้มเช่นกัน



(เกร็ดเล็กๆน้อยๆ ใน FMP ตอนแรกที่ จิโดริ เจอกับ โชสุเกะ ถ้าได้ฟังแบบภาษาญี่ปุ่นในขณะที่จิโดริเห็นโชสุเกะพกอาวุธมาโรงเรียน พูดจาภาษาทหาร ทำตัวเหมือนทหาร และมีความรู้เกี่ยวกับ อาวุธยุทโธปกรณ์มากมาย จิโดริก็ได้ตั้งแง่และเรียกโชสุเกะว่าเป็น "โอตาคุทหาร" เหมือนกัน (ก็ทหารจริงๆนิ :ah: ) )



ดังนั้นในมุมมอง(ที่เป็นกลาง ไม่บวกไม่ลบ) ของคนภายนอกที่มองมาเหล่าโอตาคุแล้ว จะได้ความหมายทำนองที่ว่า "คนที่มีความรู้เฉพาะทางเยอะ แต่ไม่สามารถเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้" หรือ "คนที่มีความรู้เรื่องที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเยอะเกินไป" ซึ่งข้อมูลที่ได้มาจากความคลั่งไคล้ ใฝ่รู้ใฝ่เห็นในสิ่งที่ตัวเองชอบหรือ งานอดิเรกของเหล่าโอตาคุ คนที่ไม่ได้มีรสนิยมเดียวกัน หรือไม่ได้มีความประทับใจเหมือนกัน การที่จะมองเป็นแบบนั้นมันก็เป็นเรื่องธรรมดาๆ



แต่ถ้าในกลุ่มผู้คลั้งไคล้สิ่งเดียวกัน โอตาคุอาจจะได้รับคำชมคำยกย่องภายในกลุ่มทำนอง ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ เกจิอาจารย์ ฯลฯ



ต่อมาก็คือในแง่ลบ

แน่นอนถ้ามองในมุมองแง่ลบ หรือจากคนที่มีอคติ มันต้องได้มุมมองที่ไม่ดีกลับมาแน่ๆ อาจจะโดนหาว่าเป็นพวกคลั่ง พวกมาเนีย โดนตั้งแง่รังเกียจต่างๆนาๆซึ่งบางอย่างอาจมีสาเหตุมาจากการที่คนๆนั้นเป็นคนสร้างขึ้นมาเองยกตัวอย่างเช่น

1. ไม่สนใจความเป็นไปของโลกภายนอก สนใจแค่สิ่งที่ตัวเองคลั่งไคล้เท่านั้น

2. ทำตัวแปลกแยกออกห่างจากสังคมส่วนใหญ่ (เพราะสังคมส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญอยู่)

3. ปิดกั้นตัวเองออกห่างจากเพื่อนฝูงญาติพี่น้องที่เคยสนิทกันในอดีตเพียงเเพราะไม่เข้าใจและไม่ได้มีความสนใจกับสิ่งเดียวกันที่ตัวเองเชี่ยวชาญอยู่

ฯลฯ

ซึ่งตัวอย่างที่ว่ามาข้างต้นนั่น บางทีอาจจะเป็นบุคลิกนิสัยของตัวคนๆนั้นเองมากกว่า ที่จะเป็น Stereotype ของคนที่เป็นโอตาคุ อย่างไรก็ตาม อาจจะเนื่องจากว่าคนที่มีลักษณะอย่างที่ว่านั้น มีจำนวนมากในหมู่ โอตาคุ หรือ คนที่มีบุคลิกดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะเป็น โอตาคุ ทำให้ภาพrจน์มุมมองของคนที่มีอคติจะตัดสินว่า โอตาคุต้องมีลักษณะ ปิดกั้นตัวเอง เข้าสังคมยาก ไม่เอาสังคม อยู่ในโลกส่วนตัวมากไป ไม่ดูแลคนรอบข้าง ไม่ดูแลตัวเอง พูดแต่ภาษาเฉพาะทางที่ไม่รู้เรื่อง ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ ไม่มีความอดทน เห็นแก่ตัว น่ารังเกียจ ฯลฯ



ซึ่งแน่นอนว่าคนที่มีความรู้ความคลั่งไคล้ในด้านต่างๆ เข้าขั้นโอตาคุ แต่ไม่ได้มีลักษณะอย่างที่ว่า สามารถอยู่ร่วมสังคมได้อย่างคนธรรมดาๆ โดยไม่ขาดตกบกพร่อง ก็มีอยู่ถมถืด



ดังนั้นจะเห็นได้ว่า คำว่าโอตาคุ มีต่างความความหมาย ต่างวาระมากมาย แล้วแต่ความรู้สึกของผู้ที่ใช้คำๆนี้ และผู้ที่ถูกเรียกด้วยคำๆนี้ ไม่ว่าจะเชิงบวกหรือเชิงลบก็ตามที



ประเด็นที่อยากให้มาลองขบคิดกันก็คือ

1. คุณมีความรู้สึกอย่างไร กับคำว่าโอตาคุ / โอตาคุในความหมายของคุณคืออะไร ?

2. ถ้ามีคนเรียกคุณว่า โอตาคุ เนื่องจากเห็นคุณชื่นชอบ อนิเม / เกมส์ / การ์ตูนญี่ปุ่น คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร และคิดว่าเขาเข้าใจคำว่า”โอตาคุ” ที่เขาใช้เรียกคุณหรือไม่ ?

3. จำเป็นไหม ที่เมื่อสังคมส่วนใหญ่ไม่รับรู้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราชอบ แล้วจะต้องต่อต้านโดยการปิดกั้นตัวเอง หรือ หลบหนีสังคมนั้นๆไป ? กรุณาให้เหตุผล

4.(เพิ่มเติม) กรุณาให้คำจำกัดความ ของ ขอบเหตุของความ"พอดี" ในการทำสิ่งที่คุณชื่นชอบคลั่งไคล้



ปล. ประเด็นนี้อาจจะละเอียดอ่อนไปหน่อย แต่กรุณาอย่าแสดงความคิดเห็นในเชิง ล่วงเกิน กล่าวหา ลบหลู่ดูหมิ่น หรือ หยาบคาย ถ้าไม่เห็นด้วย กับความคิดของคนอื่นๆ ก็ไม่จำเป็นต้องโต้แย้งอย่างรุนแรง เพราะทุกคนต่างมีความคิดเห็นแตกต่างกันไป นานาจิตตัง

- Edit by 八神Rain(22 มิ.ย. 2547-13:42:29)
Miscellaneous

ร่วมแสดงความเห็น

...

A21 Jun 23 2004 04:35

1.โอตาคุของผมนี่จะหมายถึงผู้คลั่งไคล้มากกว่า อาจจะไม่ถึงขั้นบ้ามากมาย ก่อนอ่านกระทู้นี้ผมนึกว่ามีโอตาคุการ์ตูน+อนิเม+เกมส์แค่นี้นะเนี้ย ถามว่ารู้สึกยังไง ขอตอบว่าธรรมดานะคนที่ชอบก็ย่อมจะจดจำสิ่งที่ตนเองชอบได้เป็นพิเศษอยู่แล้วตามความชอบ
2.โดยส่วนตัวถ้ามีคนเรียกผมอย่างนี้แสดงว่าเขาน่าจะรู้จริงไม่น่าที่จะเรียกสุ่มๆ
3.ไม่จำเป็นนี่นาที่จะต้องหลบซ่อน ของอย่างนี้อาจจะไม่มีประโยชน์ก็ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใครๆเดือดร้อนนี่นา ทุกคนก็มีสิทธิเสรีภาพที่จะชอบ/ไม่ชอบอะไรอยู่แล้ว เป็นสังคมเองแหละที่ปิดกั้น

แล้วเราเป็นโอตาคุไหมหว่า :spin:
...

リリース Jun 22 2004 20:39

1. ความรู้สึกของผมที่มีต่อคำว่า "โอตาคุ" ผมรู้สึกดีกะคำนี้นะ ถ้าให้ผมจำกัดความก็คงใช้ความหมายเดียวกับเรนซัง คือ "ใช้เรียกคนหรือกลุ่มคน ที่มีความสามารถและความรู้ในเรื่องที่ตนเองสนใจมากมายเป็นพิเศษ" ส่วนความหมายในทางลบนั้น มันหมายถึง การที่คนอื่นมองเรา ต่างหาก เป็นเรื่องของการมองคนละมุม

2. ถ้ามีคนเรียกผมว่า "โอตาคุ" ผมจะรู้สึกยังไงมันขึ้นอยู่กับคนที่เรียกนะ ถ้าคนที่เรียกผมเค้าชื่นชอบสิ่งเดียวกะผม ผมก็รู้สึกน้อบรับคำที่เค้าเรียกผม แต่ถ้าคนที่เรียก เค้าไม่ได้ชื่นชอบสิ่งเดียวกะผม การที่เค้าเรียกผมว่า "โอตาคุ" ก็อาจจะหมายถึง การดูถูกว่าผมติ๊งต่อง ปัญญาอ่อน ผมก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าที่ควร

3. ผมไม่ต่อต้านนะ เพราะเราคงไม่สามารถเปลี่ยนให้คนรอบตัวเรามาชอบในสิ่งที่เราชอบได้ แต่เราเลือกที่จะอยู่กับสิ่งที่เราชอบได้โดยไม่สร้างความรำคาญใจให้คนอื่น และที่พูดมาก็ไม่ได้หมายถึงว่าชีวิตทั้งหมดของผมจะอยู่แต่ในโลกส่วนตัว ก็ต้องมีเวลาส่วนนึงที่ผมยังต้องอยู่กับคนรอบข้าง ซึ่งผมนั่นแหละก็ต้องเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงเพื่อคนรอบข้าง

4. คำว่า "พอดี" ของผม อยู่ตรงที่ ไม่เอาสิ่งที่เราชอบมาปนเปสับสนกะโลกในความเป็นจริงน่ะฮะ แค่นี้ก็ถือว่าพอดีแล้วล่ะ - Edit by Z.O.E(22 มิ.ย. 2547-22:11:13)
...

Anavel_Gato Jun 22 2004 00:09

1. สำหรับคำว่า โอตาคุ ก็ รู้สึกว่าคำนี้มัน positive นิดๆนะ โดยส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างชื่นชมคนที่มีแรงบันดาลใจที่จะ "สนใจอะไรซักอย่างแบบเอาเป็นเอาตาย" (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรจะอยู่ในกรอบบ้าง ไม่ใช่ว่าบ้าจนไม่เป็นอันทำอย่างอื่น นี่ก็ไม่ไหว)
ส่วนความหมาย..... เอ้อ บอกไม่ถูกแฮะ แต่ที่แน่ๆ เวลาพูดว่า"โอตาคุ"จะนึกถึงไอ้สองตัวนั้นในคอมิปาทุกทีเลย

2. ถ้ามีคน (ที่คิดว่าเข้าใจว่ามันแปลว่าอะไร) มาเรียกว่าโอตาคุ....... ก็เฉยๆนะ เพราะยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เข้าขั้น
แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่เข้าใจ มาเรียกว่า โอตาคุ แบบนี้มีเคือง - -+

3. ไม่จำเป็น ในเมื่อเขาไม่รับรู้ เราก็ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อน เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนซักหน่อย จะมาหาว่าเราทำให้ประเทศชาติขาดดุลการค้ามันก็ดูข้างๆคูๆนะ

ตรงนี้บ่นแถม พวกบุญทุ่มด้อยปัญญาแต่อาจหาญเรียกตัวเองว่าโอตาคุ (การครอบครอง หรือ สะสม หนังสือต้นฉบับญี่ปุ่นที่มีไว้ก็อ่านไม่ออก ถือติดมือไป "แกล้งทำเป็นอ่าน" ตามงานการ์ตูน หรืองานรวมกลุ่ม ไม่ได้แปลว่าเป็นโอตาคุซักหน่อยนะ) แถมเที่ยวไปดูถูกคนอื่น เดี๋ยวนี้เริ่มเยอะนะ - - พบได้เกลื่อนกลาดตามเวบบอร์ดด้วย เพราะความนิยมของอาหารประเภทกบลดลงรึเปล่า รึว่าทรัพยากรกะลามันมีมากเกินพอ :D
...

[Zela] Jun 22 2004 02:47

1. คุณมีความรู้สึกอย่างไร กับคำว่าโอตาคุ / โอตาคุในความหมายของคุณคืออะไร ?
>>> คนที่ชอบและสนใจในสิ่งนั้นเป็นพิเศษ ไม่จำกัดว่าเป็นแค่ เรื่องอนิเม หรือ เกมส์ อย่างพวกที่บ้าบอล พนันบอลพวกนี้ก็น่าจะเรียกว่า "โอตาคุบอล" (แต่พนันบอลมันไม่ดี)
2. ถ้ามีคนเรียกคุณว่า โอตาคุ เนื่องจากเห็นคุณชื่นชอบ อนิเม / เกมส์ / การ์ตูนญี่ปุ่น คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร และคิดว่าเขาเข้าใจคำว่า”โอตาคุ” ที่เขาใช้เรียกคุณหรือไม่ ?
>>>> ถ้าเขาเรียกเราว่า โอตาคุ คงไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ ถ้าคนนั้นเข้าใจความหมายของคำนี้ดีพอ แต่ถ้าเขาไม่รู้ความหมายแล้วมาเหมารวม คงต้องมีอธิบายกันบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อให้มีทัศนคติที่ดี มากกว่าที่จะเป็นอคติ
3. จำเป็นไหม ที่เมื่อสังคมส่วนใหญ่ไม่รับรู้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราชอบ แล้วจะต้องต่อต้านโดยการปิดกั้นตัวเอง หรือ หลบหนีสังคมนั้นๆไป ? กรุณาให้เหตุผล
>>>>สำหรับผม ไม่จำเป็นต้องสนใจ เราไม่ได้ไปทำความเดือนร้อนให้ใคร เราเป็นตัวของเรา ชอบของเราเอง ไม่ผิดกฎหมาย ถ้าเขาไม่เข้าใจแล้วเข้ามาถามก็อธิบายไป ไม่จำเป้นจะต้องไปไล่อธิบายทุกคนที่มองเราแล้วทำสีหน้าสงสัย....(ผมก็ไม่ใช่ระดับ โอตาคุ แต่ใครมาบอกว่าใช่ผมก็ไม่ว่าอะไร แค่รู้ว่าเรายังเป็นคนดีของสังคมก็พอใจแล้ว)


...

Gundam_A Jun 22 2004 20:51

1. สำหรับผม คำว่า โอทาคุ รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าใหร่นะ สงสัย อาจเพราะ เกมส์+การ์ตูนที่อ่าน โอทาคุ มันออกไปในแง่ลบ
2. โอทาคุเป็นคำเรียกของคนญี่ปุ่น มาเรียกกับคนไทย ผมไม่ชอบครับ(ไม่ได้ชาตินิยมนะ :) ไม่งั้นคงไม่อ่านการ์ตูนหรอก )
3. ไม่จำเป็นต้องต่อต้านครับ ในเมื่อมันเป็นงานอดิเรก คนต่อต้านก็คือคนที่ไม่ได้สนใจสิ่งที่เราชอบก็แค่นั้น
4. พอดี คือ ทำอะไรที่ไม่ทำให้ผู้อืนเดือดร้อน หรือ ตัวเองเดือดร้อนจนเกินไป อย่างเช่น มีเงิน 100 บาท เอาไปซื้อหนังสือการ์ตูน 120 บาท (อีก20บาทยืมเพื่อน)

แล้วสมัยที่ผมหมกหมุ้นกับสิ่งเหล่านี้แบบไม่สนใจโลกภายนอก ก็ไม่ได้เรียกว่า โอทาคุสินะ :)
...

塔馬マサキ Jun 23 2004 11:55

1. กลางๆแต่ค่อนไปทางบวกเสียมากกว่า เป็นพวกมาเนี่ยรอบรู้ในเรื่องนั้นๆจริง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะชอบอะไรสักอย่างชนิดรู้ก็รู้ไปเลยให้ลึกถึงแก่น ในสายตาผมว่าดีนะแบบรู้อะไรก็รู้ให้จริงน่ะ ผมว่าดีออกเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งสักเรื่องโดยเฉพาะเรื่องที่ตัวเองชอบ (แต่ไอ้เถียงหัวชนฝาแบบเอาสีข้างเข้าไถคิดว่าตัวเองถูกตลอดหนึ่งในยุทธจักรไม่รับฟังความเห็นคนอื่นนี่ก็ไม่ไหวนา -_- ) แต่ถึงกระนั่นก็ต้องใช้ชีวิตให้เป็นแบ่งแยกเวลากับเรื่องต่างๆให้ออก ถ้าอยู่ร่วมกับคนอื่นไม่ได้ถึงแม้ตัวเองจะเชี่ยวชาญศาสตร์แขนงใดแขนงหนึ่งแบบไร้เทียมทานในยุทธภพ ผมว่ามันก็เท่านั้น ~ 3~

ปล. ความคิดผมเหมือนกาโต้อย่างนึงคือ ถ้าคิดถึงโอตาคุจะคืดถึงไอ้คู่หู โอทาคุ A&B (จริงๆมีชื่ออะนะ ทาเตะ กับ โยโค แต่ส่วนใหญ่ก็เรียกกันคู่หูโอตาคุ AB ^^" )

2. ข้อนี้ไม่ต้องสมมุติเพราะเคยเจอมาแล้ว ^^" จริงๆไม่ค่อยพิศมัยสักเท่าไหร่ที่จะมีคนเรียกว่าโอทาคุ (แต่ก็มีคนเรียกนะบ่อยด้วย...ในด้าน... เอ่อ ช่างมันเหอะ) เพราะว่ายังไม่เชี่ยวในด้านนั้นจริงๆความรู้เท่าหางอึ่งพอรู้นิดๆหน่อยๆยังไม่แตกฉาน ความรู้ยังสู้อีกหลายๆคนไม่ได้ พอมามีคนเรียกว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆมันก็... รู้สึกทุเรศตัวเองและรู้สึกกรดากอยู่ไม่น้อย เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นยังไง มีคนที่รู้มากกว่าเชี่ยวชาญมากกว่าอยู่อีกเยอะ ถ้ารู้ลึกรู้จริงจะไม่ว่าเลยถ้าโดนเรียกแบบนั้น ส่วนใหญ่คนที่เรียกผม ก็น่าจะรู้ความหมายอยู่น่ะนะ แต่บอกตามตรงผมไม่ค่อยจะชอบสักเท่าไหร่ ประมาณยิ่งโดนยกย่องก็ยิ่งรู้สึกแย่ เพราะเรารู้ว่าขีดความสามารถของตัวเราตอนนี้นั้นมีอยู่แค่ไหน

3. ไม่จำเป็น หนีก็เท่ากับการยอมแพ้ จะชอบอะไรสักอย่างไม่เห็นจำเป็นต้องหลบๆซ่อนๆเลย ถ้าไอ้เรื่องที่เราชอบไม่ใช่เรื่องเสียหายผิดทำนองคลองธรรม ใครจะไปว่าอะไร จริงมะ :D

4. ความพอดีงั้นรึ อืม... ตอบค่อนข้างยากเพราะขึ้นกับบุคคลด้วยว่าความพอดีสำหรับแต่ละบุคคลมันมากน้อยแค่ไหน บางทีเราว่าพอดีแต่คนรอบข้างมองดูว่ามันเวอร์ไปก็มีอยู่ เอาเป็นว่าในความคิดผม จุดของความพอดีน่าจะอยู่ที่ว่า รู้ว่าแค่ไหนพอ ไม่ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันในสังคมจริงๆในโลกจริงๆนั้นมีปัญหารู้จักแบ่งแยกเวลารู้ว่าตอนไหนควรทำอะไรเหมาะที่สุดไม่ทำให้พ่อแม่เดือดร้อนกลุ่มใจ อย่าทำสิ่งที่เราสนใจมากๆจนถึงขนาดกับฝืนร่างกายตนเองถึงแม้จะคิดว่าตัวเองไหวอยู่ก็จริงแต่มันก็แค่การคิดไปเองของตัวเราเท่านั้น อย่างนั่งเล่นเกมมาราธอนไม่กินไม่นอนไม่ไปเรียนใครจะพูดทัดทานยังไงก็ไม่สนเอาแต่เฝ้าไอ้เจ้าอภินิหารกล่องศักดิ์สิทธิ์นาม PS2 อยู่3วัน3คืน นี่ก็กระไรอยู่อย่างนี้ก็เกินไป

ไม่มีใครรู้จักตัวของตัวเองดีกว่าตัวเองไปอีกแล้ว :D
...

【 M i z a G i 】 Jun 23 2004 18:18

1.คำนี้เหรอ อืมมมม ให้ถูกก็ไม่รู้สึกไรนะ แต่ถ้าได้ยินจะรู้สึงเชิงลบ นิดหน่อยอ่ะครับ ความหมายก็พวกคลั่งใคล้ ล่ะมั้งครับ ?
2.ขึ้นอยู่กับการเรียกนะ แต่โดยเดิมก็ไม่ได้ชอบให้คนมาเรียกหรอก เพราะผมแค่ชอบอ่าน แต่ไม่ได้คลั่งใคล้นี่นา *-*
3.อันนี้ขึ้นอยู่กับคนนะครับ ส่วนผมก็ปรับตัวโอนอ่อนตามสังคมได้นะ ความเห็นคือ ไม่จำเป็นต้องปิดกั้นอ่ะครับ
เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามนะครับ ไม่งั้นก็อยู่กับพวกที่ไม่ชอบเหมือนเรา ไม่ได้อ่ะดิ ^^"
4.ไม่หมกมุ่นเกินไป เท่าไหนดีล่ะ คำจำกัดความแบบนี้มันยากแฮะ ให้อยู่ในขั้นงานอดิเรกก็พอครับ

จะบอกว่า โปรฯ ก็โปรฯจิ มาเรียกโอตาคุแล้ว แหม่งๆน้า เพราะส่วนใหญ่คนไทย ไม่ใช้คำนี้หรอก
คำนี้เลยมีความหมายแง่เดียว คือ พวกบ้า การ์ตูน อนิเม เกมส์ อะไรแบบนี้อ่าครับ
จะมีคนไทยใช้ก็พวกวงใน อ่ะนะ แถมพวกใช้ก็แบ่งระดับไปอีก 2 พวกน้า (คิดเอาเองนะครับ อย่าถือสา ^^")
1.โอตาคุ - บ้ากาตูน บ้าเกม
2.โอตาคุ - พวกเชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญ
ถ้าเจอเรียกในแบบที่หนึ่งโดยส่วนตัว ผมไม่ชอบอ้ะ (=w=)"
...

Ritsu Jun 22 2004 06:33

อืม.... เปิดประเด็นยาวซะแล้วรึ *-* (พอดีงานเสร็จใช้คอมวอร์ดพิมพ์สักหน่อยละกัน - - ยังมีงานรอต่ออีก)
1. เรื่อง โอตาคุ ของผมมองกลางๆ แต่ออกจะไปทางลบเล็กน้อยน่ะ คือ ที่ผมเคยได้ยินมาส่วนใหญ่สำหรับคนภายนอกแล้ว (เท่าที่ฟังมาน่ะนะ) มันจะออกไปแนวทางที่คลั่งไคล้ เสียจนแยกสิ่งที่ชอบ กับ โลกความเป็นจริงไม่ค่อยออกสักเท่าไหร่ ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีนัก แต่สำหรับ คนที่คลั่งไคล้อะไรสักอย่างแล้วยังแยกแยะออกก็มีถมไปนี่นะ (แต่เท่าที่ผมรู้คนเหล่านั้นส่วนใหญ่กลับไม่ถูกเรียกว่าโอตาคุ >_< )
2. ไม่ค่อยชอเบท่าไหร่น่ะ *-* เหตุนึงก็เพราะรู้สึกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่คพนี้มันออกไปทางลบเล็กน้อย แต่เหตุผลหลักๆคือ ผมรู้สึกว่าผมยังไม่ได้คลั่งไคล้อย่างใดอย่างนึงมากนัก (เด๋วก็เกมส์ เด๋วก็อนิเม เด๋วก้คอม เด๋วก็.... บลาๆๆๆ ไม่เคยอะไรสุดสักอย่าง) เลยทำให้ไม่น่าจะเรียกว่าโอทาคุได้เท่าไหร่นัก
3. ไม่จำเป็นแน่นอน ชีวิตประจำวันผมก็ออกจะแบบนั้นบางส่วนนะ - - ก็ยังไม่เห็นจำเป็นต้องปิดกั้นอะไรเลย เพราะเรื่องที่เราชอบกับเขาชอบมันไม่จำเป็นต้องเหมือนกันอยู่แล้วนิ นานาจิตตัง ต้องปรับตัวเข้าหากันให้ได้ถึงจะถูก อย่างผมปกติประจำวันก็จะคุยเรื่องทั่วไปบางทีพอนึว่ามันคล้ายๆกับการ์ตูนอะไร ผมก็ลองๆเล่าให้ฟังเขาก็ฟังกันนะ แล้วก็ชอบด้วย (ไม่ได้ปฏิเสธเหมือนจู่ๆก็เล่าเอาๆๆ)
4. คำว่า พอดี ในการทำสิ่งที่ชอบก็อย่างแรกเลยต้องแยกแยะโลกจินตนาการ กับ โลกความจริงให้ออก สิ่งที่เราชอบน่ะเราจะทำยังไงเท่าไหร่ก็ได้ แต่ในความเป็นจริงน่ะต้องไม่ลืมหน้าที่ของเรา ชีวิตประจำวันของเรา แล้วก็คนรอบข่าง เพราะคนเราไม่ได้มีชีวิตอยู่ตัวคนเดียวมีครอบครัว มีเพื่อนฝูง สังคม และสิ่งแวดล้อมต่างๆมากมาย การที่ทำแต่สิ่งที่ชอบตลอดมันทำให้เรื่องชีวิตประจำวันหายไปจากความนึกคิดนี่มันเป็นเรื่องที่เกินควงามพอดีสำหรับผม - -
อย่างที่2 ก็คือ ควรแบ่งเวลาในการทำสิ่งที่ชอบและเวลาในการใช้ชีวิตประจำวันให้ดี ไม่ใช่ทำแต่สิ่งที่ชอบจนเกินไป
อย่างที่สุดท้าย ก็ ทำอะไรต้องคิดถึงคนใกล้ตัวเราก่อน คือ พ่อกับแม่ ควรรำลึกตลอดว่าที่เราทำสิ่งที่ชอบได้ทุกวันนี้ ก็เพราะเรามีพ่อมีแม่คอยเลี้ยงดู แล้วต่อไปเราก็ต้องเลี้ยงดูตัวเอง และ ตอบแทนพระคุณพ่อแม่บ้างดังนั้นก็ไม่ควรจะทำแตสิ่งที่เราชอบมากจนเกินไป *-* (อันนี้สำหรับคนยังไม่ทำงาน ยังเรียนอยู่อย่างผมอ่ะนะ ถ้าตอนทำงาน คงต้องแยกชีวิตทำงาน กับ ชีวิตพักผ่อนให้ออกล่ะมั้ง แล้วถ้ามีครอบครัวของตัวเองก็ต้องแยกเวลาไปให้ครอบครัวมากขึ้นอีก)
หมดแล้ว..... บ่นซะยาวเชียว ก็แค่ความคิดของผมน่ะนะ ถ้าพูดอะไรไม่ถูกต้องก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
/me ไปเขียน progress note ต่อล่ะ อะไรนะ ใก้ลได้เวลา DTX แล้ว ใจเย็นหน่อยยยยยๆ จะทำไม่ทันแล้วววว
...

priss Jun 23 2004 10:25

1. สำหรับคำๆนี้รู้สึกชื่นชมน่ะที่เค้าทุ่มเทในการที่จะศึกษาในสิ่งที่เค้าชอบมากๆแต่ต้องไม่ลืมที่จะสนใจสิ่งรอบข้างด้วย
2. เฉยๆอ่ะเพราะเป้นคนไม่ค่อยแคร์อะไรซักเท่าไหร่ แฮะๆ
3. ไม่จำเป็นเด็ดขาด เพราะเราสามารถที่จะปรับตัวเข้าหากันได้
4. เล่นให้รู้จักเล่นเรียนให้รู้จักเรียนแบ่งเวลาอยู๋กับครอบครัวซะบ้างก็โอเคแล้น แต่สำหรับผมนี่ยอมรับน่ะว่าไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัวมากนักเพราะตื่นขึ้นมาก็จ้องอยู่หน้าคอมอย่างเดียวเลยแฮะๆ แต่ผมก็ไม่ได้ปิดกั้นหรือหลีกหนีจากสังคมนา
/me มึนๆแล้วก็กลิ้งจากไป
ปล. อยากเข้าห้อง GGอ่า
...

พวกผมมีลูกกับลีฟ Jun 22 2004 17:40

สำหรับผม โอทาคุ คือพวกชอบป๊ะป๋ารุ่นพ่อ :3
เนื่องจากเจอเวบพวกนี้ก็จะมีคำว่าโอทาคุทุกเวบเยย ป๋าขา~~~
...

(*-*)v Jun 23 2004 15:44

/me นั่งคิดๆๆ =_='
1. คุณมีความรู้สึกอย่างไร กับคำว่าโอตาคุ / โอตาคุในความหมายของคุณคืออะไร ? <<<<< ในความคิดของผม โอตาคุ คือคนที่รักและชื่นชอบสิ่งใดสิ่งนึงเป็นพิเศษ หรืออาจจะคลั่งใคล้มาก โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยชอบคำๆนี้มากนัก เพราะมุมมองคนไทยหลายๆคนที่ไม่รู้ มักจะมองว่า โอตาคุ คือ พวกที่คลั่งใคล้เรื่อง H (ใครเป็นต้นตอความคิดบ้าๆนี้ว้า)
2. ถ้ามีคนเรียกคุณว่า โอตาคุ เนื่องจากเห็นคุณชื่นชอบ อนิเม / เกมส์ / การ์ตูนญี่ปุ่น คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร และคิดว่าเขาเข้าใจคำว่า”โอตาคุ” ที่เขาใช้เรียกคุณหรือไม่ ? <<<<< ข้อนี้ผมขอแบ่งคนที่เรียกเป็น 2 กลุ่มแล้วกัน
2.1 คนที่เรียกเข้าใจคำว่าโอตาคุ มาก - พอสมควร ถ้าพวกนี้มาเรียกผมแบบนี้ ผมก็โอเค ไม่คิดมาก ถึงจะไม่ได้ชื่นชอบ แต่อย่างน้อยก็รู้สึกว่า เค้าเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น
2.2 คนที่ไม่เข้าใจคำนี้ - เข้าใจผิดๆ แต่ถ้ากรณีนี้อาจจะต้องมีเคลียร์ให้เข้าใจความหมายกันก่อน ถ้าเค้าเข้าใจแล้วยังเรียกอยู่ก็คงไม่ว่ากระไร
3. จำเป็นไหม ที่เมื่อสังคมส่วนใหญ่ไม่รับรู้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราชอบ แล้วจะต้องต่อต้านโดยการปิดกั้นตัวเอง หรือ หลบหนีสังคมนั้นๆไป ? กรุณาให้เหตุผล <<<<< ไม่จำเป็น จะหลบหนีทำไมให้เหมือนคนมีปัญหามากขึ้น จะปิดกั้นตัวเองทำไมให้เหมือนคนมีปมด้อย ผมชอบกันดั้ม ผมชอบเกม ผมก็บอกกับทุกคนแบบนี้ ไม่ว่าเพื่อนฝูง พ่อแม่ หรือ ลูกศิษย์!! (ถ้ามันถามนะ) เพราะ ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นความชอบส่วนบุคคล และความชอบนั้นไม่ได้ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ไม่มีคนเดือดร้อน ก็ไม่น่าที่เราจะต้องรู้สึกผิดรึกลัว แม้คนอื่นจะไม่ได้ชื่นชอบตามเรา รึมองเราเป็นพวกประหลาด ก็ช่างเค้าสิ!! ทีพวกเค้ายังชอบอะไรที่เราไม่ชอบได้เลย....(อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลจริงๆ = ='' ) และผมก็ไม่ดึงดันที่จะยัดเยียดสิ่งที่ผมชอบนี้ให้กับทุกคน ผมว่าค่อยๆแลกเปลี่ยน อธิบาย หรือแสดงให้เค้าเห็น และเข้าใจเราจะดีกว่า
4.(เพิ่มเติม) กรุณาให้คำจำกัดความ ของ ขอบเหตุของความ"พอดี" ในการทำสิ่งที่คุณชื่นชอบคลั่งไคล้ <<<<< ไม่มากเกิน ควบคุมมันให้อยู่ในกรอบที่พอเหมาะพอสม เช่น รักชอบกันดั้ม ก็ไม่จำเป็นต้องถลุงตังซื้อทุกอย่างที่เป็นกันดั้มยัดเข้าบ้านทั้งๆที่เงินก็แทบจะไม่พอใช้ หรือ ชอบเล่นเกมแต่ก็ไม่ใช่เล่นมันจนลืมงานการทุกอย่าง ทำนองว่า "ชีวิตข้านี้มีแต่เกม"

ปล. ในข้อ 1 ที่ผมบอกว่า คนไทยหลายๆคนมองว่า โอตาคุ คือพวกชอบ H นั้น เนื่องจากเจอในชีวิตจริงหลายคนที่เป็นคนชอบ H (เกม H การ์ตูน H และ HHHH) แล้วเรียกตัวเองว่า โอตาคุ ทำให้เพื่อนผมหรือคนที่ร่วมงานกับผม(ที่เค้าไม่เข้าใจนัก) มองว่า โอตาคุ คือพวกคลั่งใคล้ อะไรที่เป็น H
...

สุนทรีย์แมน Jun 22 2004 14:57

1. ไม่ค่อยชอบครับ โอตาคุในความหมายของผมคือคนที่บ้าทุกสิ่งที่เกี่ยวกับการ์ตูนมากเกินไปจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง(แน่นอนว่าย่อมทำให้เข้ากับผู้อื่นไม่ค่อยได้) และรวมไปถึงลักษณะนิสัยของคนที่ทำให้มีสภาพเป็นเช่นนั้นด้วย

2.ไม่ชอบครับ เหตุผลมาจากข้อ1

3.ไม่จำเป็นครับถ้าหากสิ่งที่ทำไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน แต่ถ้าหากรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ผิด ก็เลิกซะเถอะครับ ถ้าไม่ก็หาความสุขกับมันต่อไปได้ไม่มีปัญหา

4.สิ่งที่วัดได้ด้วยคำพูดหรือการตอบสนองของคนรอบข้าง+กับความรู้สึกของตัวเองมาเจอกันครึ่งทางหรือแล้วแต่เหตุผลครับ

เหตุผลที่ผมให้ความหมายของโอตาคุในแง่ลบ เพราะผมใช้ด่า(ในใจ) ต่อคนที่ผมได้ประสบพบเจอแล้วมีนิสัยตามหลายๆข้อที่เป็นแง่ลบของคุณrainน่ะแหล่ะครับ จึงเป็นการทึกทักความหมายเอาเอง ผมเอาสะดวกความรู้สึกตัวเองไว้ก่อนน่ะครับ
...

ArsTraNaGun Jun 23 2004 20:29

1.ผมรู้สึกเฉยๆนะ ถึงคนโดยส่วนมากจะคิดว่าโอตาคุเป็นพวกที่บ้าการ์ตูนอย่างเดียวน่ะ แท้ที่จริงแล้วมันไม่ใช่
ในความคิดของผมคำว่าโอตาคุก็คือ คนที่เป็นพวกชอบการ์ตูนหรือเกมอย่างมากและมีความรู้ในเรื่องนั้นเป็นอย่างดีด้วย
ผมไม่เห็นว่ามันไม่มีประโยชน์โดยสิ้นเชิงเลยนะ อย่างน้อยน่าจะยังมีแน่ๆ (เช่น เกมแฟนพันธุ์แท้นั่นงาย :) )

2.ถ้ามีคนเรียกผมแบบนั้น ผมเองก็ไม่ค่อยอยากยอมรับนักอ่ะ ไม่ใช่ว่าอาย แต่จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้มีความรู้แตกฉานดีพอ
แต่รู้ทั่วๆไปเท่านั้น เผลอๆยังรู้น้อยมากๆกว่าอีกหลายๆคนด้วยซ้ำไป และผมคิดว่าคนโดยส่วนมากแล้ว
เขาไม่ค่อยเข้าใจคำว่า โอตาคุ ที่เขาพูดออกมาหรอก (ยังไม่เคยมีคนมาพูดแบบนี้กะผมอ่ะ เพราะเพื่อนแต่ละคนไม่รู้คำนี้อยู่แล้ว ^^)

3.ถึงแม้จะมีบางครั้งที่ผมอยากจะหนี แต่ผมก็หนีไม่ได้นี่นา เพราะยังไงๆเราก็ต้องอยู่ร่วมสังคมเดียวกัน
ผมก็เลยพยายามปรับตัวให้เข้าได้กะพวกเค้า ส่วนเรื่องแบบนี้ผมก็เก็บเอาไว้คุยกับเพื่อนที่คุยรู้เรื่องกันก็พอ (หาที่ระบายน่ะ)
และอีกอย่างผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมชอบนั้นมันไม่ได้ผิด ไม่ได้ไปทำให้ใครเสียหายอะไร จริงมั้ยงับ ^^

4.ความพอดีของผมก็คือการเดินทางสายกลางนั่นแหละครับ รู้จักหันหน้าเข้าหาสังคมบ้าง เพราะยังไงเราก็ต้องอยู่ร่วมกับพวกเขา
แต่ผมก็ไม่ตามใจสังคมของพวกเขามากเกินไป ผมก็พยายามชี้แจงให้พวกเค้ายอมรับในตัวผมบ้าง *-*
ถ้าเค้ายอมรับได้ก็ดี ถ้าไม่ได้ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร (ของแบบนี้ถ้าทำมากไปไม่ดีนะครับ เป็นกลางๆดีฝ่า ^^)
...

eltshan Jun 22 2004 02:32

1. คุณมีความรู้สึกอย่างไร กับคำว่าโอตาคุ / โอตาคุในความหมายของคุณคืออะไร ?
คำนี้ สำหรับคนญี่ปุ่นเองก็มีความหมายไปในทางลบเสียมากกว่าทางบวก สำหรับเราก็รู้สึกยังงั้นเหมือนกัน ประมาณคนที่หมกมุ่นไปในเรื่องๆหนึ่ง อย่างไรก็ดีความหมายในเชิงบวกก็มี อย่างพวกทีไปแข่งแฟนพันธุ์แท้ ญี่ปุ่นก็เรียกว่าพวก Otaku เหมือนกัน โดยส่วนตัวแล้ว Otaku จะให้อิมเมจพวกที่ไม่สนใจอะไรนอกเหนือไปกว่าขอบเขตความสนใจของตัวเอง แต่ไม่จำเป็นเสมอไป Otaku ที่ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติก็มี แต่นี่ก็เป็น stereotype ไปแล้ว
2. ถ้ามีคนเรียกคุณว่า โอตาคุ เนื่องจากเห็นคุณชื่นชอบ อนิเม / เกมส์ / การ์ตูนญี่ปุ่น คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร และคิดว่าเขาเข้าใจคำว่า”โอตาคุ” ที่เขาใช้เรียกคุณหรือไม่ ?
รู้สึกว่าคนนี้พยายามแสดงความรู้ด้วยการใช้ศัพท์เฉพาะที่มีคนเข้าใจน้อย อารมณ์ว่าอยากยกระดับของตัวเอง แน่นอนว่าคนนี้ไม่เข้าใจศัพท์คำนี้แน่ๆ หรือถึงจะรู้ความหมาย ก็ยังไม่เข้าใจว่าเค้าใช้คำนี้กันยังไงอยู่ดีนั่นแหละ การเรียกคนอื่นว่า Otaku ไม่ใช่การเรียกแบบยกย่อง แต่เป็นคำที่แฝงความหมายดูหมิ่นกลายๆ
3. จำเป็นไหม ที่เมื่อสังคมส่วนใหญ่ไม่รับรู้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราชอบ แล้วจะต้องต่อต้านโดยการปิดกั้นตัวเอง หรือ หลบหนีสังคมนั้นๆไป ? กรุณาให้เหตุผล
เป็นที่เราเป็นดีที่สุด คับที่อยู่ง่ายคับใจอยู่ยาก ทนไม่ไหวจริงๆก็อย่าอยู่ดีกว่า
4.(เพิ่มเติม) กรุณาให้คำจำกัดความ ของ ขอบเหตุของความ"พอดี" ในการทำสิ่งที่คุณชื่นชอบคลั่งไคล้
พอดี คือ ทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องไม่ส่งผลกระทบทางลบต่อเรา ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน คือเรารู้ลิมิตตัวเราเอง มีวิจารณญาณ ก็คงเหมือนคำจำกัดความของสิทธิเสรีภาพแหละ
...

ChikageChan Jun 23 2004 18:48

พูดกันในแบบวิชาการเลยรึนี่ - -
1. คุณมีความรู้สึกอย่างไร กับคำว่าโอตาคุ / โอตาคุในความหมายของคุณคืออะไร ? <-- เฉยๆ คือคนนี้ ชอบอะไรอย่างหนึ่งเป็นพิเศษ ( แต่ไม่รวมถึงที่จะต้องรู้สิ่งนั้นหมดทุกเรื่องนะ )
2. ถ้ามีคนเรียกคุณว่า โอตาคุ เนื่องจากเห็นคุณชื่นชอบ อนิเม / เกมส์ / การ์ตูนญี่ปุ่น คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร และคิดว่าเขาเข้าใจคำว่า”โอตาคุ” ที่เขาใช้เรียกคุณหรือไม่ ? <-- เฉยๆ ก็ชอบจริงๆนิหน่า - -
3. จำเป็นไหม ที่เมื่อสังคมส่วนใหญ่ไม่รับรู้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราชอบ แล้วจะต้องต่อต้านโดยการปิดกั้นตัวเอง หรือ หลบหนีสังคมนั้นๆไป ? กรุณาให้เหตุผล <-- ถ้าเจาไม่ชอบการ์ตูนเหมือนเรา ก็ไม่ต้องไปพูดเรื่องการ์ตูนกับเขา แต่คุยกันเรื่องอื่นแทนเช่น เกมส์ วิชาการ( เลข เคมี ฟิสิกส์ บลา... )
4.(เพิ่มเติม) กรุณาให้คำจำกัดความ ของ ขอบเหตุของความ"พอดี" ในการทำสิ่งที่คุณชื่นชอบคลั่งไคล้ <-- สามารถแบ่งเวลาในการใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง
...

Kuruni Jun 22 2004 22:56

1.เคยอ่านเจอมาที่ไหนซักแห่งว่า เดิมทีคำว่าโอทาคุ มีความหมายในทางลบเล็กๆ โดยมักหมายถึงเหล่าผู้คลั่งอนิเมะสาวน้อยโดยเฉพาะ แต่พอคำๆนี้แพร่มาทางnetก็มีความหมายในทางบวกมากกว่านะ คิดว่าหมายถึงคนที่มีความสนใจในด้านใดๆที่เกี่ยวข้องกับอนิเมะเป็นพิเศษ
2.เฉยๆ ส่วนเขาจะเป็นคนที่เข้าใจรึเปล่ามันแล้วแต่คนครับ
3.เรื่องที่ผมชอบมันมักจะเป็นอะไรที่ทำเป็นส่วนตัวมากกว่านะ ปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้านผมจะหนักไปทางสถานการณ์โลกที่เห็นทางหน้าหนังสือพิมพ์มากกว่า ซึ่งเรื่องพวกนี้มีผลกระทบมากกว่าเรื่องที่ผมชอบ
3.1 แต่มีเรื่องนึงที่เคยทำให้แทบจะหนีจากสังคมจริงๆ นั่นก็คือบ้านผมอยู่ภาคใต้ซึ่งยังจงรักภักดีต่อนายหัวชวน หลีกภัยครับ แต่บ้านผมนิยมไทยรักไทยและนายกฯทักษิณ อันนี้ล่ะที่หนักหนากว่าหลายเท่า บางเรื่องพอคุยกันแล้วมันชวนหงุดหงิดจริงๆนะ พูดมาได้ว่าประชาธิปปัตย์ไม่โกง ไม่ซื้อเสียง ฮี่โธ่! เห็นตอนขายยางได้ราคาดีก็ไม่พูดอะไรนี่หว่า โอ๊ะ!เริ่มนอกเรื่องแล้ว

[เคยเจอฝรั่งบ่นว่าโอทาคุแปลกแยกจากชาวบ้านน้อยกว่าเนิร์ด(คนบ้าคอม)เสียอีก แต่เนิร์ดมีเงินมากกว่าโอทาคุเลยหาแฟนได้ง่ายกว่า]
...

KAN Jun 23 2004 15:16

1. เฉยๆ ไม่รู้สึกลบ หรือบวกอะไรเท่าไร / โอตาคุ - บ้าน (ไม่ได้กวนตอบตามความรู้สึกจริงๆ นะ)

2. ไม่รู้สึกอะไรเลย... / ไม่เข้าใจ

3. ไม่จำเป็น / หากความชอบของเราอยู่ในขอบเขต ไม่ทำให้ตัวเอง หรือใครเดือดร้อนก็ทำต่อไปเถอะ การหลบหนีมีแต่จะทำให้ความเกิดความเดือดร้อนยุ่งยากซะเปล่าๆ ทั้งกับตัวเอง และคนที่เป็นห่วงเรา

4. ไม่ทำให้ตัวเอง หรือใครต้องเดือดร้อน/เป็นทุกข์

ขอขยายความจากข้อ 2 ที่ผมตอบว่า "ไม่เข้าใจ" นั้นก็ด้วยเหตุผมที่ว่า ที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้ทุกคนเป็นแค่เพียงคนไทยธรรมดาๆ (ถ้ามีที่ไม่ใช่อยู่ก็ขออภัยด้วย) ที่ไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาแม่ ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะรู้คำแปลว่ามันหมายถึงอะไร แต่ยังไงๆ เราก็คือคนไทย ซึ่งผมคิดว่าคงมีเพียงน้อยคนนักที่จะเข้าใจถึงความหมาย ความรู้สึกอันแท้จริง ที่แสดงออกมาของคำศัพท์เฉพาะบางคำที่ถูกตั้งขึ้นมาได้อย่างถ่องแท้
ยกตัวอย่างเช่นมีคนมาด่าคุณด้วยภาษาญี่ปุ่นอย่างคำว่า 最低、バカやろう、ちっしょう 等 กับมีคนมาด่าว่าคุณด้วยภาษาไทยว่าเป็นคนเลว, คนบ้า, ฯลฯ นั้น คุณรับรู้ถึงความรู้สึกของภาษาที่ส่งออกมาต่างกันหรือไม่....

川嶋あいヲタ より
...

Strikers Jun 22 2004 01:44

1. คุณมีความรู้สึกอย่างไร กับคำว่าโอตาคุ / โอตาคุในความหมายของคุณคืออะไร ?
- ตอนแรกมะรู้ความหมายอ่ะ อ่านกระทู้นี้ถึงจารู้ ....ถ้าให้เข้าใจของผมก็คงพวก...คลั่งอารายสักอย่าง
2. ถ้ามีคนเรียกคุณว่า โอตาคุ เนื่องจากเห็นคุณชื่นชอบ อนิเม / เกมส์ / การ์ตูนญี่ปุ่น คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร และคิดว่าเขาเข้าใจคำว่า”โอตาคุ” ที่เขาใช้เรียกคุณหรือไม่ ?
- รู้สึกเฉยๆ ก็ชอบอ่ะ...ไม่เหนผิดเลย..อีกอย่างผมไม่ได้รู้เรื่องนี้เรื่องเดียวสักหน่อย ....และคนเรียกคงไม่เข้าใจหรอกไม่งั้นมันก็ โอตาคุเหมือนกานแหล่ะ
3. จำเป็นไหม ที่เมื่อสังคมส่วนใหญ่ไม่รับรู้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราชอบ แล้วจะต้องต่อต้านโดยการปิดกั้นตัวเอง หรือ หลบหนีสังคมนั้นๆไป ? กรุณาให้เหตุผล
-ไม่จำเป็นอ่ะ... ไม่เข้าใจก็ช่างเขา..แค่หาคนที่คุยถูกคอกับเราให้ได้ก็พอ...ถ้าไม่มี..ก็คิดอีกที..แต่ไม่ผิดกั้นตัวเองแน่นอนเพราะอาจทำให้ สถาณภาพทางสังคมของเราไม่ดีและ อาจเป็นเหตุทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต
4.(เพิ่มเติม) กรุณาให้คำจำกัดความ ของ ขอบเหตุของความ"พอดี" ในการทำสิ่งที่คุณชื่นชอบคลั่งไคล้
- ก็ทำสิ่งที่ตัวผมชอบในเวลาว่างถ้าทำได้จะพยายามทำเสมอ...แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นเรื่องการเรียน งาน ก็ต้องมีก่อนสิ่งที่คลั่งไคล้
/me พยายามจัดเวลาให้ดีๆก็จะทำให้เราได้ทั้งสังคม การเรียน แล้วสิ่งที่คลั่งไคล้ด้วยคับ~
...

YF-01 Jun 22 2004 19:29

1. คุณมีความรู้สึกอย่างไร กับคำว่าโอตาคุ / โอตาคุในความหมายของคุณคืออะไร ?
- เป็นคนที่คลั่งไคล้ในอะไรซักอย่างแบบสุดโต่ง ..... จะว่าดีก็ดี ไม่ดีก็ไม่ดีแฮะ เพราะถึงจะรู้ลึกรู้จริง แต่ไม่ได้เอาไปใช้ก็ไม่มีประโยชน์ แต่ยังไงผมก็ยังรู้สึกดีกับคนที่ชอบอะไรบางอย่างโดยไม่คิดถึงแต่ผลประโยชน์นะ
2. ถ้ามีคนเรียกคุณว่า โอตาคุ เนื่องจากเห็นคุณชื่นชอบ อนิเม / เกมส์ / การ์ตูนญี่ปุ่น คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร และคิดว่าเขาเข้าใจคำว่า”โอตาคุ” ที่เขาใช้เรียกคุณหรือไม่ ?
- ไม่มีคนเรียกแหงๆ คนที่ผมรู้จักมีคนรู้จักคำนี้อยู่ไม่กี่คนหรอก แล้วพวกนั้น"คลั่ง"กว่าผมเยอะ
3. จำเป็นไหม ที่เมื่อสังคมส่วนใหญ่ไม่รับรู้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราชอบ แล้วจะต้องต่อต้านโดยการปิดกั้นตัวเอง หรือ หลบหนีสังคมนั้นๆไป ? กรุณาให้เหตุผล
- ไม่ๆๆๆๆ ผมชอบเถีงจนแพ้ชนะน่ะ(คือต้องให้มันรู้กันไปข้างเลยว่าผมผิดหรือเค้าผิด) ถ้าปิดตัวเองแล้วจะไปเถียงได้ไง ปิดตัวเองก็แพ้สิ
4.(เพิ่มเติม) กรุณาให้คำจำกัดความ ของ ขอบเหตุของความ"พอดี" ในการทำสิ่งที่คุณชื่นชอบคลั่งไคล้
-ไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อนก็พอแล้วครับ
...

Chrono Jun 23 2004 06:38

ประเด็นที่อยากให้มาลองขบคิดกันก็คือ
1. คุณมีความรู้สึกอย่างไร กับคำว่าโอตาคุ / โอตาคุในความหมายของคุณคืออะไร ?
-ผมคิดไปในแง่ลบแฮะ คือ คนที่คลั่งไคล้หรือชอบในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากจนเกินไป แล้วไม่สามารถแยกแยะมันได้
(แต่ก็เข้าใจในความหมายจริงๆ ของมันอยู่นะ...)

2. ถ้ามีคนเรียกคุณว่า โอตาคุ เนื่องจากเห็นคุณชื่นชอบ อนิเม / เกมส์ / การ์ตูนญี่ปุ่น คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร และคิดว่าเขาเข้าใจคำว่า”โอตาคุ” ที่เขาใช้เรียกคุณหรือไม่ ?
ไม่ครับ ผมไม่ชอบ เพราะผมก็แค่คนธรรมดาเดินดินคนนึง ไม่ได้เชี่ยวชาญมากมายขนาดรู้ทุกเรื่อง
ส่วนใหญ่เท่าที่เห็น ก็เข้าใจกันพอสมควร (เนื่องจากเดี๋ยวนี้มีนิตยสารที่ให้ข้อมูลอยู่พอดู)

3. จำเป็นไหม ที่เมื่อสังคมส่วนใหญ่ไม่รับรู้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราชอบ แล้วจะต้องต่อต้านโดยการปิดกั้นตัวเอง หรือ หลบหนีสังคมนั้นๆไป ? กรุณาให้เหตุผล
-จำเป็นไหม? ไม่เลย... ในชีวิตเราเราไม่ได้มีความชอบอยู่เพียงแค่อย่างเดียวอยู่แล้วนี่ เราอาจจะคุยอยู่กับคนที่เรารู้จักในเรื่องที่ไม่ใช่การ์ตูนก็ได้
แล้วก็ถ้ามีใครมาต่อว่าก็ถามเหตุผลทำไมถึงต่อว่าเรา แล้วก็ชี้แจงอธิบายให้เข้าใจ (บางคนต่อว่าเพราะอคติจริงๆ นะ)
การ์ตูนหรือเกมส์มันก็เป็นวิธีการคลายเครียดอย่างหนึ่งในหลายๆ วิธีน่ะแหล่ะ

4.(เพิ่มเติม) กรุณาให้คำจำกัดความ ของ ขอบเหตุของความ"พอดี" ในการทำสิ่งที่คุณชื่นชอบคลั่งไคล้
ความพอดี... ก็แยกแยะสิ่งที่เราทำอยู่ให้ออก การพูดคุยก็ควรให้อยู่ในระดับที่ผู้รับฟังสามารถเข้าใจได้ แค่นั้นก็พอแล้ว
...

arksouls Jun 23 2004 04:31

1. คุณมีความรู้สึกอย่างไร กับคำว่าโอตาคุ / โอตาคุในความหมายของคุณคืออะไร ?
/me ความรู้สึกยกตัวอย่างได้ง่ายๆก็แฟนพันธ์แท้ครับ เมื่อดูแล้วก็รู้สึกชื่นชมที่เค้ามีความรู้ความชอบในเรื่องนั้นๆอย่างจริงใจครับ เพราะมันเป็นสิทธิของตัวเขาเอง แต่ผมคิดว่าการที่เขาทําได้อะไรในสิ่งที่เขารัก ที่เขาชอบน่าจะเป็นสิ่งทีดีมากกว่าที่เราทําอะไรตามที่คนื่นบอกให้ทําหรือให้ชอบ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ทําอะไรก็คงไม่มีความสุขละนะครับ ดังนั้นผมคิดว่าโอตาคุเป็นสิ่งที่ดีนะครับถ้ามีการให้ความสนใจและรักมันจริงๆ

2. ถ้ามีคนเรียกคุณว่า โอตาคุ เนื่องจากเห็นคุณชื่นชอบ อนิเม / เกมส์ / การ์ตูนญี่ปุ่น คุณจะมีความรู้สึกอย่างไร และคิดว่าเขาเข้าใจคำว่า”โอตาคุ” ที่เขาใช้เรียกคุณหรือไม่ ?
/me คงจะไม่รู้สึกอะไรสักเท่าไหร่ล่ะครับ เค้าจะว่ายังไงก็ตามผมว่าขอแค่ได้ทําในสิ่งที่รักและชอบก็น่าจะพอแล้ว เราไม่ได้ไปทําความลําบากอะรให้คนอื่นนี่ครับ แต่ต้องดูคนที่พูดกับเราด้วยว่าเค้าพูดด้วยท่าทางอย่างไร ถ้าเค้าพูดออกแนวว่าเราเป็นพวกประหลาดหรือแนวดูถูกเรา ก็คงจะไม่ชอบเหมือนกันครับ

3. จำเป็นไหม ที่เมื่อสังคมส่วนใหญ่ไม่รับรู้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราชอบ แล้วจะต้องต่อต้านโดยการปิดกั้นตัวเอง หรือ หลบหนีสังคมนั้นๆไป ? กรุณาให้เหตุผล
/me ไม่จําเป็นครับ เพราะสิ่งที่เราชอบเขาอาจจะไม่ชอบก็ได้ ในเมื่อเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เราชอบเราก้พยายามให้เขาได้เข้าใจในสิ่งที่เราชอบ ว่าเราชอบเพราะอะไร และถ้าเราชอบอะไรแล้วมันไม่มีผลเสียอะไรกับตัวเราเองเค้าก็ไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่จะมาต่อต้านเราด้วย ดังนั้นเราก็ไม่ต้องไปต่อต้านหรือหลบหนีจากสังคมนั้นๆครับ

4.(เพิ่มเติม) กรุณาให้คำจำกัดความ ของ ขอบเหตุของความ"พอดี" ในการทำสิ่งที่คุณชื่นชอบคลั่งไคล้
/me สามารถแบ่งเวลาได้ว่าช่วงไหนควรทําอะไร ไม่ใช่ไปยึดติดทําแต่สิ่งที่เราชอบโดยไปสนใจสิ่งรอบข้างเลยครับ
...

Jin Jun 24 2004 09:10

1.โอตาคุในความหมายของผมก็ใกล้เคียงกับที่คุณอธิบายในกระทู้หละครับ คืออาการที่รักและทุ่มเทในสิ่งที่รักอย่างถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้
2.ผมถือเป็นคำชมนะครับ ส่วนความเข้าใจของคนเรียกนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเขาคิดกับเราแบบไหน แต่ส่วนมากจะเป็นแบบหยอกกันเล่นระหว่างเพื่อนฝูงมากกว่า
3.ถ้าเขาไม่รับรู้ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราชอบ เราก็จะนำเสนอโลกของเราให้พวกเขายอมรับได้น่ะครับ ไม่ต้องถึงกับมาเป็นโอตาคุกับเราก็ได้ แค่เขารู้ว่าเราไม่ได้ผิดแปลกหรือน่ารังเกียจขนาดต้องต่อต้านกันและยอมรับความคิดของพวกเราก็พอแล้วหละครับ
4.พอดีของผมคือ ไม่ก้าวก่ายหรือดูถูกในสิ่งที่คนอื่นยอมรับน่ะครับ

ติดต่อเรา