7 การ์ตูนอันตราย ที่ถูกใส่ความเป็น ตำราสอนเซ็กซ์ ??

ขออนุญาต ลอกข้อความมาจาก เวป M Thai.com

กระทู้ที่ 185865





ซึ่งข้อความดังกล่าว อ้างอิง นสพ. คมชัดลึกของเนชั่น กับ นสพ.มติชน





เมื่อสิ่งที่ควร ปกปิด ถูก กระแสหลักจากตะวันตก ผลักดันให้วัยรุ่นเปลี่ยนแนวความคิด



ถ้ารักต้องมีเพศสัมพันธ์!!! ซึ่งการเรียนรู้บริบทเรื่อง เซ็กซ์ ถูกถ่ายทอดไปสู่เยาวชนได้ง่ายมากที่สุด ผ่านช่องทางที่หลายคนคิดว่าใสบริสุทธิ์



"การ์ตูน"



บ่อยครั้ง ที่เห็นข่าวหรือประเด็นถกเถียงกรณีเนื้อหาอันไม่เหมาะสมของการ์ตูนที่เต็มไปด้วยการกระตุ้นให้เกิดการ "อยากรู้อยากลอง" การมีเพศสัมพันธ์ และการใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ที่ไม่ต่างไปจากอาชญากร สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็น "ต้นแบบ" ใน "คัดลอก" พฤติกรรมของวัยรุ่นได้อย่างดีที่สุด!



เพราะไม่เพียงแต่ "ตัวอักษร" เท่านั้นที่ถูกฝังเข้าไปความคิดของเยาวชน แต่ยังมี "ภาพ" ที่ "เร่งเร้า" ให้ขบวนการ "บ่มเพาะ" สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น!!!



การศึกษาวิเคราะห์เนื้อหาการ์ตูนจำนวน 7 เรื่อง ได้แก่ เก็ตยู(Get You), แรงรัก...แรงปรารถนา, คลีนิครัก, ไทงะนักบุญปราบปีศาจ, แบด บอย (Bad Boys), มาเฟียที่รัก และกลเม็ดพิชิตใจชายในฝัน โดย "กลุ่มผู้ปกครองผู้รักชาติ รักเอกราช และพิทักษ์ความมั่นคงของชาติ" พบ "สิ่งผิดปกติ" ที่หล่อหลอมให้เยาวชนไปในทางที่ผิดไม่น้อยทีเดียว ซึ่งกระบวนการถ่ายทอด "เลวร้าย" ถึงขั้นเป็น "ตำรา"!!!



เริ่มตั้งแต่ "สอนเด็กนักเรียนชายหญิงให้มีเพศสัมพันธ์" ผ่านวิธีการปฏิบัติตัวของพระเอกและนางเอกที่เป็นคู่รักดังเช่นในเรื่อง "แรงรักแรงปรารถนา" เมื่อเป็นแฟนกันต้องคอยดูแลและขี่หลังไปส่งบ้าน ไปส่งที่ห้องยิมเล่นกีฬา ไปส่งห้องสมุด แอบทดลองมีเพศสัมพันธ์ในที่สาธารณะระหว่างที่ขี่หลังกัน แล้วโกหกพ่อแม่ว่าไปทำการบ้านที่บ้านเพื่อน



"การสอน" "โสเภณีศาสตร์" วิธีหาทางผูกมัดชายที่เป็นเป้าหมายต้องด้วยการแต่งงานและการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อเผด็จศึกให้ฝ่ายชายลุ่มหลงในกามตัณหาที่หยิบยื่นให้ อย่างเรื่อง "กลเม็ดพิชิตใจชายในฝัน" เรื่องราวของ "เซ็ทสึโก๊ะ" ลูกสาวเจ้าของร้านบาร์เกย์ที่ทำทุกวิถีทาง เพื่อให้หมอหนุ่มหล่อหลงรัก และมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเนื้อหามีทั้งคำพูดและรูปภาพที่เป็นการบอกเล่าถึงรายละเอียดการมีเพศสัมพันธ์อย่างโจ่งแจ้ง



"สอนวิธีการแก้ปัญหาการไร้ความรู้สึกทางเพศ" ที่เป็นความต่อเนื่องภายหลังพฤติกรรมสำส่อนทางเพศ ใน "คลีนิครัก" หมอนวดหนุ่มใช้ความหล่อและใช้ศาสตร์แห่งการนวดเป็นเครื่องช่วยให้เกิดความต้องการเพศ ซึ่งเปรียบเสมือนหลักสูตรอบรมเด็กชายหญิงให้รู้ทักษะในการให้บริการทางเพศ และวิธีบำบัดเมื่อเกิดอาการไร้ความรู้สึกทางเพศ"



"หลักสูตรการเป็นโสเภณีเด็กในคราบนักเรียนและเป็นเมียเก็บ" "เก็ต ยู" เสนอเรื่องราวของ "อันริ" เด็กสาวหน้าตาดีทันสมัยที่หลงใหลคลั่งไคล้ "ชิน" นักร้องหนุ่มถึงขั้นต้องการมีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง และมีจิตใจหมกมุ่นอยู่กับลีลาและความรัญจวนจากเพศสัมพันธ์ของเธอและเขา ซึ่งนอกจากรูปภาพที่ออกมาในลักษณะแสดงการร่วมเพศแล้ว ภาษาที่ใช้ยังเป็นภาษาสองแง่สองง่าม เช่น ชินกำลังสอนอันริในการฝึกแทงบิลเลียดด้วยภาษาลามกว่า "ลองแทงแบบออมแรงอีกหน่อย อย่างเช่น...นึกถึงตอนที่จ้ำจี้กับฉันก็ได้".."หะ...ที่แบบนี้ จะไปคิดถึงเรื่องนั้นได้ยังไง"..."งั้นเหรอ? ฉันว่าน่าจะคิดออก ก็บิลเลียดน่ะ ตาต้องมองลูก เคลื่อนไหวไม้ที่จะแทง เล็งเป้าหมายเหมือนเรื่องนั้นเปี๊ยบเลย...ความรู้สึกเดียวกับตอนแยกขาเธอออก...แล้วก็เล็ง นึกให้ออกสิ...หรือว่าต้องช่วยทำให้นึกออก" เป็นต้น



นอกจากการปลูกฝังเรื่องเพศแล้ว การศึกษาครั้งนี้ยังระบุถึง "อันตราย" ที่แฝงมากับการ์ตูนอีกชนิดคือ ความรุนแรงในการก่อคดีอาชญากรรมทางเพศ การค้ายาเสพติด การจี้ปล้นขโมยรถ การลักพาตัว การอุ้มฆ่า รวมถึงการประสานเครือข่ายของแก๊งก๊วนกับขบวนการอาชญากรรมภายในประเทศและระหว่างประเทศ ดังเช่นเรื่อง แบด บอยส์ ที่กลุ่มเด็กวัยรุ่นเปิดกิจการขายวิดีโอ แล้วต้องการสร้างยอดขายให้มากขึ้น จึงลวงหญิงสาวเพื่อให้มาถ่ายวิดีโอลามก อีกทั้งยังพบว่า การ์ตูนเหล่านี้มีการเชิดชูอภิมหาอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่อภิมหาเศรษฐี เชิดชูความหรูหรา ร่ำรวย และความยิ่งใหญ่ เช่น "มาเฟียที่รัก" ที่ตัวเอกมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจสามารถติดต่อกับองค์กรอำนาจรัฐไม่ว่าตำรวจหรือทหาร สามารถกว๊านซื้อกิจการทุกอย่างที่สามารถหาซื้อได้ แต่ก็ยังได้รับการเชิดชูให้เป็นพระเอก และเป็นคนที่นางเอกหลงรักอย่างหมดหัวใจ แม้เป็นคนที่ฆ่าคู่หมั้นของตัวเองอย่างโหดเหี้ยม



ทั้งหมดนี่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า สื่ออย่างการ์ตูนที่ดูเหมือนจะไม่มี "พิษภัย" กำลังเป็นเครื่องมือของ "ผู้ไม่หวังดี" หวังเพียงแค่ใช้ "ความอยากรู้อยากเห็น" ของเด็กและเยาวชนเพื่อสร้างรายได้และกำไรเข้ากระเป๋าอย่างเห็นแก่ตัว ทว่าสิ่งที่ต้องการทำอย่างเร่งด่วนที่สุด นอกจากการถกเถียงความไม่เหมาะสม คือ มาตรการการปราบปรามและควบคุม "สื่อลามกแฝง" ลักษณะนี้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ขณะเดียวกันคงถึงเวลาแล้วที่ผู้ปกครองจะให้เวลาใส่ใจกับสิ่งที่ลูกอ่านอย่างเข้าใจและมีเหตุผล

...........................







เฮ้อ !!ไม่น่าเชื่อว่า นสพ.อย่างเนชั่น และมติชน ร่วมใจกันจะทำลาย หนังสือค่ายบงกช เพียงเพื่ออยากให้ตนเองดังได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่ความจริงแล้ว นสพ.เนชั่น ก้ชอบดองหนังสือเป็นปีเป็นชาติ แถมยังออกปีละเล่มแบบนี้ ....



ยังมีหน้าไปใส่ความคนอื่นอีก ไม่รู้ว่า อยากสกัดดาวรุ่ง หรือ หมายทำลายค่ายอื่นเพื่อ อยากเป็นใหญ่ทางแวดวงหนังสือมังกะ หรือไงมิทราบ






ถึงได้ ทำตัวน่าอนาถ เยี่ยงนี้!!!
Anime

ร่วมแสดงความเห็น

ติดต่อเรา