MS Story : Recycleเพื่อรูปโดยเฉพาะ (Vol.1)

ที่จริงก็ไม่ใช่แค่รูปอย่างเดียวหรอกนะ เพราะมีข้อมูลเพิ่มเติมเล็กๆน้อยๆหลายตัวอยู่ ตอนนี้ก็เอาแค่MSของพันธมิตรโลกไปก่อนละกัน





GAT-01 สไตรค์แด็กเกอร์ และ GAT-01A1 แด็กเกอร์

จิมในจักวาลCE? เจ้าคู่นี้เป็นMSที่มีพื้นฐานมาจากกันดั้มพันธมิตรโลก โดยสไตรค์แด็กเกอร์นั้นเป็นMSรุ่นผลิตจำนวนมากที่ใช้พื้นฐานของสไตรค์กันดั้ม

เนื่องจากเป็นMSรุ่นผลิตจำนวนมาก สไตรค์ แด็กเกอร์เลยไม่มีระบบมิชชั่นแพ็คและเกราะปรับสภาพแบบสไตรค์กันดั้ม อาวุธก็ประกอบด้วยอุปกรณ์พื้นฐานคือวัลแคน,บีมเซเบอร์(มีเล่มเดียวตามรอยรุ่นพี่คือจิมเด๊ะๆ)และบีมไรเฟิล ในด้านประสิทธิภาพแล้วสูงกว่าจินน์ของZAFT สไตรค์แด็กเกอร์ได้ปฏิบัติการครั้งแรกในปีCE 71ในการรบกับZAFTที่ปานามาและถูกผลิตมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ก็มีGAT-01A1 แด็กเกอร์(มีอีกชื่อว่า105แด็กเกอร์)ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าสไตรค์แด็กเกอร์ จริงๆแล้วแด็กเกอร์นั้นใกล้เคียงกับสไตรค์กันดั้มมากกว่า เพราะสามารถใช้งานระบบมิชชั่นแพ็คได้เหมือนกันเพียงแต่ไม่มีเกราะPSเท่านั้น ยานมิชชั่นแพ็คAQM/E-X04 กันบาเรลสไตรเกอร์ที่สไตรค์กันดั้มไม่เคยได้ใช้ก็สามารถใช้กับแด็กเกอร์ได้ด้วยการควบคุมของเอซแห่งพันธมิตรโลก มอร์แกน เชวาเลีย(ซึ่งดูเหมือนจะเป็นนิวไทป์ซะด้วยสิ) ที่เท้าของแด็กเกอร์ยังมีปืนกล12.7มม.ไว้สำหรับยิงทหารเดินเท้า มีบันทึกถึงนักบินของแด็กเกอร์ที่ทดลองติดซอร์ดสไตรเกอร์พร้อมกันสองชุดมาแล้ว ซึ่งรูปแบบนี้ได้กลายเป็นแนวคิดของซอร์ดคาลามิตี้ในภายหลัง เกราะของแด็กเกอร์ยังเป็นเกราะลามิเน็ตแบบเดียวกับของอาร์คแองเจิ้ล ทำให้ทนบีมได้ในระดับหนึ่ง(ไม่มากนัก เพราะพื้นที่สำหรับกระจายความร้อนน้อยกว่าอาร์คแองเจิ้ล)







GAT-01D ลองแด็กเกอร์ และ GAT-01D1 ดูเอลแด็กเกอร์[/b]

ลองแด็กเกอร์เป็นMSประสิทธิภาพสูงที่ใช้พื้นฐานของดูเอลกันดั้ม ขณะที่สไตรค์แด็กเกอร์เป็นMSรุ่นผลิตจำนวนมากของนักบินธรรมดา ลองแด็กเกอร์กลับพัฒนาขึ้นมาสำหรับมนุษย์ดัดแปลงโดยเฉพาะ โดยมีระบบOSแบบCPUมีชีวิตเหมือนกัน

อาวุธพื้นฐานของลองแด็กเกอร์ก็คือบีมเซเบอร์(มีสองเล่ม)และบีมไรเฟิลแบบติดเกรเน็ดลันเชอร์เหมือนของดูเอลกันดั้ม เนื่องจากลองแด็กเกอร์นั้นใช้ข้อมูลที่ได้จากการการต่อสู้ระหว่างสไตรค์กันดั้มและดูเอลกันดั้มด้วย เลยมีเกราะเสริมประสิทธิภาพคือ"ฟอเทรสตรา"(Fortrestra) ซึ่งจำลองมาจากเกราะของดูเอลกันดั้ม มีอาวุธเสริมเป็นปืนใหญ่ติดไหล่และมิสไซล์แปดลำกล้อง เนื่องจากมีเกราะนี้มีน้ำหนักมาก เมื่อสวมเกราะฟอเทรสตาเข้าไปลองแด็กเกอร์จะมีความคล่องแคล่วลดลง

เนื่องจากพันธมิตรโลกขาดแคลนมนุษย์ดัดแปลง การทดสอบลองแด็กเกอร์จึงใช้โคออร์ดิเนเตอร์ชื่อ อีเลฟเว่น โซเซียสเป็นนักบินแทน ซึ่งในภายหลัง อีเลฟเว่นได้เกิดสติแตกและได้ขโมยลองแด็กเกอร์หนีไป ซึ่งพันธมิตรโลกก็ได้ว่าจ้างกลุ่มทหารรับจ้าง เซอร์เพนท์เทลให้ออกตามล่าอีเลฟเว่นและลองแด็กเกอร์

ส่วนGAT-01D1 ดูเอลแด็กเกอร์นั้นคุณสมบัติเหมือนลองแด็กเกอร์ทุกประการ แต่ใช้OSแบบปกติแทน เอ็ดเวิร์ด ฮาเรลสัน และ เรน่า อิเมเลียก็เคยขับดูเอลแด็กเกอร์





GAT/A-01E2 บัสเตอร์แด็กเกอร์

แด็กเกอร์ซีรี่ส์ที่ใช้พื้นฐานของบัสเตอร์กันดั้ม ในทางเทคนิคแล้วบัสเตอร์แด็กเกอร์มีความแตกต่างจากบัสเตอร์กันดั้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คือไม่มีเกราะPSและมีน้ำหนักมากกว่าเพราะมีการเสริมเกราะตามส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งเกราะพวกนี้นอกจากจะเพิ่มการป้องกันให้บัสเตอร์แด็กเกอร์แล้วยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างเพื่อให้รับแรงสะท้อนเวลายิงปืนประกอบได้ดีขึ้น จุดเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆอีกข้อก็คือมิสไซล์ติดไหล่ที่กลายเป็นแบบสามลำกล้องและมีบีมเซเบอร์เป็นอาวุธระยะประชิด

นักบินที่มีชื่อปรากฏในฐานะผู้ใช้งานบัสเตอร์แด็กเกอร์ก็คือ เรน่า อิเมเลีย





GAT-X133 ซอร์ดคาลามิตี้

MSรุ่นต้นแบบที่พัฒนาต่อมาจากGAT-X131 คาลามิตี้กันดั้ม แต่เน้นไปที่การรบระยะประชิดตัวแทน โดยลดกำลังของปืนซิลล่าลง30%จากของคาลามิตี้ แต่ก็ติดตั้งอาวุธแบบเดียวกับซอร์ดสไตรเกอร์แพ็คของสไตรค์กันดั้ม คือ ดาบต่อต้านยานรบ, ไมดาสเมสเซอร์และจรวดเพิ่มเข้าไป แต่มีจำนวนเป็นสองเท่าของซอร์ดสไตรค์ อีกทั้งยังใช้ระบบOSแบบปกติแทนระบบCPUมีชีวิต

ซอร์ดคาลามิตี้ที่โดดเด่นก็คือเครื่องสีแดงของเอซแห่งพันธมิตรโลก เอ็ดเวิร์ด ฮาเรลสัน เจ้าของฉายา"เอ็ดเดอะริปเปอร์"ซึ่งเคยใช้มันเข้าประดาบกับบลูเฟรมเซคันด์ของไกมาแล้ว (แต่ไม่รู้ผลนะครับ) นอกจากนี้ยังมีที่ถูกกองกำลังของอ็อบสายซาฮาคุขโมยไปด้วย





GAT-X255 ฟอร์บิดเดนบลู และ GAT-706S ดีพฟอร์บิดเดน

MSสำหรับใช้งานใต้น้ำที่พัฒนามาจากGAT-X252 ฟอร์บิดเดนกันดั้ม โดยได้ติดตั้งอาวุธให้เหมาะสมกับการใช้งานใต้น้ำอย่างตอร์ปิโดและปืนโฟนนอนเมเซอร์เข้าไปแทนของเดิม (แต่ยังมีปืนกลต่างๆยังอยู่เพื่อใช้ในเวลาขึ้นบก) ระบบเกราะสะท้อนบีมยังได้รับการปรับแต่งให้ใช้ในการขับเคลื่อนใต้น้ำได้อีกด้วย (ใช้การเบี่ยงกระแสน้ำรอบๆตัวไปในทิศทางที่ต้องการ) ทั้งยังมีส่วนหางซึ่งแท้จริงแล้วเป็นอุปกรณ์รับส่งสัญญาณโซนาร์อยู่ด้านหลัง ทั้งนี้ระบบOSแบบปกติแทนระบบCPUมีชีวิต

แต่ฟอร์บิดเดนบลูนั้นจริงๆแล้วมีจุดอ่อนที่รูปร่างที่ไม่เหมาะสมตอการใช้งานในน้ำลึกและฉนวนคุณภาพไม่ค่อยดีซึ่งเป็นผลจากการที่ใช้TPในการต้านแรงกดของน้ำเป็นหลัก ซึ่งเมื่อพลังงานเหลือน้อยและเกราะTPถูกปิด น้ำก็จะรั่วเข้ามาได้ง่ายและทำให้ฟอร์บิดเดนบลูหมดสภาพได้อย่างง่ายดาย จึงได้รับฉายาว่า"โลงศพต้องห้าม"(Forbidden Coffin) ซึ่งภายหลังพันธมิตรโลกได้แก้ไขปัญหาข้อนี้เมื่อปล่อยGAT-706S ดีพฟอร์บิดเดนซึ่งเป็นรุ่นผลิตจำนวนมากออกมาในภายหลัง ซึ่งดีพฟอร์บิดเดนนั้นไม่มีเกราะTPจึงต้องมีระบบโครงสร้างที่ทนแรงกดของน้ำได้ดีกว่า ผลก็คือกลายเป็นมีประสิทธิภาพดีกว่าฟอร์บิดเดนบลูเสียอีก ถ้ามีอะไรที่ด้อยกว่าก็คือดีพฟอร์บิดเดนนั้นเน้นการใช้งานใต้น้ำอย่างเดียวจึงไม่มีปืนกลสำหรับต่อสู้บนบกติดตั้งไว้ นักบินที่เคยควบคุมMSทั้งสองรุ่นนี้ก็คือ เจน ฮุสตัน ผู้มีฉายา"ปลาวาฬเผือก"

ฟอร์บิดเดนบลูมีที่ถูกกองกำลังของอ็อบสายซาฮาคุขโมยไปด้วย





GAT-333 เรดเดอร์ร่างสมบูรณ์

MSต้นแบบของของGAT-X370 เรดเดอร์กันดั้ม (แต่สร้างเสร็จทีหลัง) โดยใช้ระบบOSแบบปกติแทนระบบCPUมีชีวิต แม้จะบอกว่าเป็นร่างสมบูรณ์แต่ดูเหมือนว่าความสามารถในการสู้รบของมันจะต่ำกว่า เพราะไม่มีอาวุธบีมและลูกตุ้มเป็นอาวุธ แต่เรดเดอร์ร่างสมบูรณ์ก็มีความสามารถในการบินกลางอากาศที่สูงกว่ามาก อาวุธของเรดเดอร์ร่างสมบูรณ์จะเป็นปืนกลหลากรูปแบบและจรวดมิสไซล์"คิงคอบร้า" เรดเดอร์ร่างสมบูรณ์ยังสามารถติดตั้งถังพลังงานเสริมเพื่อเพิ่มระยะเวลาในการปฏิบัติการหรือท่อขับดันเสริมได้ด้วย

เอ็ดเวิร์ด ฮาเรลสันเคยเป็นนักบินทดสอบของเจ้านี่มาแล้ว และอ็อบสายซาฮาคุก็ได้ขโมยเรดเดอร์ร่างสมบูรณ์ไปเช่นกัน

จริงๆแล้วในเรื่องมักเรียกเจ้านี่แค่"เรดเดอร์" คำว่าร่างสมบูรณ์(full spec)นั้นใช้เพื่อไม่ให้สับสนกับเรดเดอร์กันดั้ม
Super Robot Wars Games

ร่วมแสดงความเห็น

ติดต่อเรา